[PikRome] How Stubborn You Are, How Soft I Am

posted on 27 Apr 2017 12:07 by oerb in fanfiction directory Fiction

Title: How Stubborn You Are, How Soft I Am

Rating: G

Genre: Romcom

Paring: PikRome

Author’s note: ใน Puppy Honey 2 ตอนที่ 5 หลังจากพี่ชวนน้องไปกินข้าว เนื้อหาก็กระโดดไปเป็นพี่ขับรถพาน้องไปหาเพื่อนสนิทที่ต่างจังหวัดเลย ฮัลโหล แล้วระหว่างนั้นล่ะคะ เกิดอะไรขึ้น? นี่แหละค่ะ คือที่มาของ How Stubborn You Are, How Soft I Am เรื่องนี้ ฟิกอะไรไม่รู้เวิ่นเว้อเหลือเกิน #เขิน ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ

 

How Stubborn You Are, How Soft I Am

ร้านอาหารร้านเดิมที่เคยมากินหนก่อนเคยคนน้อยยังไง ครั้งนี้ก็ยังคนน้อยอยู่อย่างนั้น ปิ๊กกับโรมหย่อนตัวลงนั่งบนโต๊ะตัวเก่า แม้คราวนี้จะไม่มีคนอื่นติดสอยห้อยตามมาด้วยรุ่นพี่กับรุ่นน้องก็ยังคงนั่งข้างกันเหมือนเดิมแทนที่จะนั่งตรงข้ามกัน โรมแอบส่งยิ้มให้ปิ๊กเมื่อเห็นพนักงานสาวคนเดียวกับคราวก่อนทำหน้าปั้นยากเมื่อหันมาเห็นพวกเขา ทั้งสองคนสั่งสปาเก็ตตี้คาโบนาร่ามากินอย่างเคย หญิงสาวมีสีหน้าโล่งใจเมื่อไม่ถูกปิ๊กแผลงฤทธิ์ใส่เหมือนคราวก่อน

รอไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟ สองคนจัดแจงยกช้อนส้อมขึ้นจัดการกับอาหารตรงหน้า "กูถามอะไรหน่อยดิ" รุ่นพี่เอ่ยปากขึ้ยหลังเริ่มกินอาหารไปได้ประเดี๋ยวหนึ่ง

โรมพยักหน้ารับ "อื้อ ถามไรอะ? ถามดิ" เด็กหนุ่มตอบก่อนจะหยิบน้ำมาดื่มระหว่างรอฟังคำถาม

"มึงรู้ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าชอบผู้ชาย?"

รุ่นน้องกะพริบตาปริบๆ ประหลาดใจนิดหน่อยที่จู่ๆ อีกฝ่ายก็ถามเขาถึงเรื่องนี้ เดาว่าคงเป็นเพราะก่อนจะออกมากินข้าวพวกเขาเพิ่งคุยเรื่องรักๆ ชอบๆ กันมา โรมยกมือขึ้นมานับนิ้วพลางเอียงคอคิดก่อนตอบออกไป "ก็...เหมือนจะตั้งแต่สมัย ม.ต้น เลยนะ"

"เหรอ?" ปิ๊กเลิกคิ้วข้างหนึ่งเมื่อได้ฟังคำตอบ "รู้ได้ยังไงวะ? มึงมีคนที่ชอบเหรอ?"

"อื้ม" เขาพยักหน้ารับ "เพื่อนที่โรงเรียนกวดวิชาอะครับ" โรมยิ้มน้อยๆ เมื่อคิดถึงอดีต ใบหน้าของเพื่อนคนที่ว่ายังชัดเจนในความทรงจำ

"อ้อออออ" รุ่นพี่ส่งเสียงเป็นเชิงรับรู้แล้วหันไปม้วนสปาเก็ตตี้ส่งเข้าปากไม่พูดอะไรอีก

โรมรอให้ปิ๊กถามคำถามกับเขาต่อ แต่นอกจากจะกินข้าวไม่พูดไม่จาแล้ว อีกฝ่ายยังหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นด้วย มือหนึ่งถือส้อม อีกมือถือโทรศัพท์ ตาก็จ้องแต่หน้าจอ เรียกว่าตัดเขาออกจากความสนใจโดยสิ้นเชิง

"อ้าว พี่ปิ๊ก ไม่ถามต่อแล้วเหรอ?" เด็กหนุ่มใช้เท้าสะกิดขาอีกฝ่ายใต้โต๊ะจึงถูกรุ่นพี่ค้อนใส่เข้าให้วงหนึ่ง

"อะไรของมึง?"

"ก็ผมเห็นพี่ถามใหญ่เลยแล้วอยู่ดีๆ ก็เงียบไปอะ"

"กูจะกินข้าว" ไม่พูดเปล่า ปิ๊กส่งเส้นสปาเก็ตตี้ม้วนใหญ่ใส่ปากโชว์รุ่นน้องด้วย

โรมขมวดคิ้วมองเพื่อนร่วมโต๊ะอย่างข้องใจ สงสัยว่าตัวเองทำอะไรไม่ดีอีกล่ะถึงได้ถูกหงุดหงิดใส่ รุ่นพี่ถามอะไรมาเขาก็ตอบไป จะบอกว่าเป็นเพราะเขาใช้เท้าสะกิดเรียกอีกฝ่ายเมื่อกี้ก็ไม่น่าใช่

"พี่โกรธอะไรผมอะ?"

เด็กหนุ่มตัดสินใจถามออกไปตรงๆ เพราะขี้คร้านจะหาคำตอบด้วยตัวเอง

"โกรธอะไร? ใครโกรธมึง?" ปิ๊กละสายตาจากโทรศัพท์ไปทำหน้าหงิกใส่รุ่นน้องก่อนถามกลับด้วยน้ำเสียงรำคาญ

"ก็พี่อะแหละ อยู่ดีๆ ก็ทำเหมือนไม่พอใจผม"

"มึงนี่ยังไงวะ กูก็บอกอยู่ว่ากูจะกินข้าวๆ มึงก็เอาแต่ตื๊อถามกูอยู่นั่น"

"พี่อย่าบอกนะว่าพี่หึงผม?"

"ฮะ?" ชายหนุ่มสะดุ้งโหยง "ตลกแล้วมึง ใครหึงใครมึงพูดให้ดีๆ นะ"

"ก็พี่เงียบไปหลังจากที่รู้ว่าผมมีคนที่ชอบ"

"มึงจะชอบใครก็เรื่องของมึง ไม่เกี่ยวกับกู!" ปิ๊กเริ่มเสียงดัง

"นั่นไง เห็นมั้ย พี่โกรธผมเรื่องนี้จริงๆ ด้วย"

"ไม่เห็นโว้ย! กูบอกว่าไม่ได้โกรธๆ!"

"ไม่ได้โกรธแล้วพี่จะขึ้นเสียงทำไมอะ?"

ปิ๊กอ้าปากเตรียมจะเถียง แต่รุ่นน้องก็ขัดขึ้นมาซะก่อน "เมื่อไหร่พี่จะเลิกปากแข็ง หึงก็บอกว่าหึง ผมไม่ได้ชอบเพื่อนคนที่ว่าแล้ว แล้วอีกอย่างมันก็มีแฟนไปแล้วด้วย ตอนนี้คนที่ผมชอบก็คือพี่ พี่ไม่เชื่อที่ผมพูดรึไงครับ?"

ขณะที่โรมพูดทั้งหมดทุกคำด้วยสีหน้าเรียบเฉยพลางจ้องตรงเข้าไปในดวงตาเรียวเล็กของอีกฝ่าย ปิ๊กก็ได้แต่มองดวงตากลมโตของรุ่นน้องกลับ ปากที่อ้าขึ้นเมื่อซักครู่ยังคงอ้าค้างอยู่ เขาหมดคำจะพูดทุกทีที่ต้องเถียงกับไอ้เด็กคนนี้ มันไม่เคยยอมอ่อนข้อให้เขาเลย ตรงกันข้ามกลับพูดจาจี้ใจดำเขาอย่างหน้าตาเฉยตลอด

ใช่ ปิ๊กหงุดหงิดหลังจากรู้ว่าโรมมีคนอื่นที่ชอบ แม้จะพอเดาได้ว่าตัวเองคงไม่ใช่รักแรกของอีกฝ่าย แต่พอคิดว่ารุ่นน้องอาจจะเคยพูดคำว่าชอบตรงๆ กับคนอื่นที่ไม่ใช่เขา เคยยิ้ม เคยหัวเราะ เคยออดอ้อน เคยเห็นคนคนนั้นเป็นคนสำคัญ เขาก็รู้สึกไม่สบอารมณ์และแสดงท่าทีไม่พอใจออกมาเป็นเด็กๆ

แม้นั่นจะเป็นใจจริงของเขาแต่เขาก็ไม่พูดมันออกไปหรอก ทั้งหมดที่ปิ๊กทำก็คือตอบห้วนๆ ว่า "ไม่รู้เว้ย!" แล้วก็หันกลับไปจ้วงสปาเก็ตตี้เข้าปากต่อ แต่เขารู้ว่าโรมรู้ว่านั่นคืออาการยอมรับของเขา

มันสู่รู้จะตาย

นี่ชมนะ สาบานด้วยเกียรติของนายปกรณ์

โรมมองรุ่นพี่ที่ทำเป็นกินข้าวไม่รู้ไม่ชี้แล้วถอนหายใจหน่ายๆ อีกฝ่ายก็เป็นอย่างนี้ทุกที ชอบปากแข็งไม่เข้าท่า ไม่รู้จะห่วงมาดห่วงอะไรนักหนา ทั้งๆ ที่ท่าทางแสดงออกชัดเจนว่าชอบเขา หึงเขา แต่ก็ไม่เคยยอมรับออกมาตรงๆ เลยซักครั้งเดียว ครั้งนี้ก็เช่นกัน

"เดี๋ยวก็เลิกรอมันซะเลย" เด็กหนุ่มบ่นพึมพำ

"อะไรนะ?"

โรมเหลือบหางตามองอีกฝ่ายที่พอทีอย่างนี้แหละสนใจเขาขึ้้นมาเชียว "ผมบอกว่าไม่ยอมรับซักทีอย่างนี้เดี๋ยวก็จับพี่ปล้ำมันซะเลย" เขาตอบเสร็จแล้วแลบลิ้นใส่รุ่นพี่หนึ่งครั้งถ้วน

"ปล้ำเหรอ? ปล้ำเหรอ?" ปิ๊กฟังคำตอบจากโรมแล้วรีบวางส้อมไปโบกกะโหลกอีกฝ่ายทันควัน "ตัวเตี้ยแค่นี้มึงบอกว่าจะจับกูปล้ำเหรอ? แค่เขย่งตัวขึ้นมาจูบกูให้ถึงให้ได้ก่อนมั้ยแล้วค่อยคิดถึงเรื่องจะจับกูปล้ำ?"

"พี่ไม่เคยได้ยินรึไงว่าส่วนสูงไม่มีผลในแนวราบ"

"ไม่เคยโว้ย! แล้วมึงก็รีบๆ กินให้เสร็จได้แล้ว เส้นในจานมึงตากลมจนแข็งโป๊กไปครึ่งจานแล้วเนี่ย" ชายหนุ่มว่าพลางยื่นส้อมไปเขี่ยเส้นสปาเก็ตตี้หน้าตากระด้างในจานรุ่นน้องประกอบ โรมทำแก้มป่องใส่เขาแล้วยอมสงบปากสงบคำกินอาหารจนหมดจาน

หลังจัดแจงหารค่าอาหารกันเรียบร้อย ปิ๊กก็เดินนำรุ่นน้องไปที่รถและขับไปส่งอีกฝ่ายที่บ้าน พวกเขาคุยเล่นเรื่อยเปื่อยไประหว่างทาง ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องโปรเจ็กต์ภาพขาวดำของโรมที่ยังไม่เสร็จดี แต่ก็มีเรื่องเอ็มม่ากับพอร์ชด้วย

เมื่อรถสีขาวจอดลงหน้าประตูรั้วบ้านของเขา โรมก็เดินอ้อมหน้ารถเพื่อจะกลับเข้าบ้านเหมือนเคย แต่ที่ไม่เหมือนเคยคือคราวนี้เขาแวะเคาะกระจกฝั่งคนขับก่อนแทนที่จะตรงเข้าบ้านเลย

"อะไร?" คนขับรถลดกระจกลงแล้วถามน้ำเสียงหงุดหงิดแม้จะไม่ได้หงุดหงิดอะไรเลยก็ตาม

เด็กหนุ่มกวักมือเรียกให้อีกฝ่ายโน้มตัวมาหาก่อนเอามือข้างหนึ่งยกขึ้นป้องปากเหมือนรอจะพูดอะไร

"อะไรของมึง มีอะไรก็พูดมาเลย จะมาท่ามากทำไม?"

"น่า พี่นั่นแหละ อย่าอะไรมากสิ"

ปิ๊กเดาะลิ้นจึ๊กจั๊กอย่างไว้ท่าแต่สุดท้ายก็ยอมยื่นหน้าออกไปหารุ่นน้องเพื่อฟังเรื่องที่อีกฝ่ายจะพูด

"ไอ้เหี้ย!"

เปล่า นั่นไม่ใช่สิ่งที่โรมบอกกับปิ๊ก แต่เป็นเสียงร้องของชายหนุ่มเมื่อจู่ๆ เขาก็ถูกอีกฝ่ายเป่าลมรดใบหูจนขนลุกซู่ไปทั่วทั้งร่าง

"เหี้ยโรม มึงทำอะไรเนี่ย!?"

รุ่นน้องเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะตอบ "แสดงให้พี่เห็นไงครับ ว่าผมปล้ำพี่ได้" ไม่พูดเปล่า โรมยังขยิบตาให้ปิ๊กด้วย

"ไอ้เหี้ย! ขนลุกโว้ย! มึงอย่ามาทำอย่างนี้กับกูอีกนะ!"

"พี่ก็รีบๆ เลิกปากแข็งแล้วยอมรับกับผมซักทีสิครับว่าพี่ก็ชอบผมเหมือนกัน"

"ไป มึงเข้าบ้านไปเลยนะ แล้วก็ไม่ต้องไลน์หากู ไม่ต้องมาบอกให้กูไปรอมึงหน้าห้องชมรม ไม่ต้องให้กูมาส่งมึงที่บ้านอีกล่ะ!"

โรมหัวเราะถูกใจเมื่อเห็นรุ่นพี่เขินจนหัวหูแดงไปหมดและทำปากร้ายกลบเกลื่อน เขาโบกมือลาอีกฝ่ายก่อนกระโดดหย็องแหย็งเข้าบ้านอย่างอารมณ์ดี

ถึงปากจะบอกให้รุ่นพี่รีบยอมรับเร็วๆ ว่าตัวเองก็รู้สึกดีกับเขา แต่โรมก็ไม่คิดจะเร่งรัดอีกฝ่ายอย่างที่พูดไปหรอกเพราะตัวเขาเองก็ใช้เวลาพักใหญ่เหมือนกันกว่าจะยอมรับกับตัวเองและเอ็มม่าว่ามีผู้ชายเป็นรักแรก เขารู้ว่ารุ่นพี่ต้องการเวลาเหมือนที่เขาเองก็เคยต้องการ แต่เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายใช้เวลามากเกินไปนัก โรมจึงต้องคอยกระตุ้นบ่อยๆ

'จะนอนแล้วนะพี่ ฝันดีนะครับ'

แม้จะเพิ่งถูกสั่งมาว่าไม่ต้องส่งไลน์ไปหา โรมก็ยังพิมพ์ข้อความไปหาปิ๊กว่าอย่างนั้นหลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วและเตรียมเข้านอน

'จะนอนเมื่อไหร่ก็เรื่องของมึง!'

เด็กหนุ่มหัวเราะออกมาดังพรืดเมื่อได้อ่านข้อความที่รุ่นพี่ตอบกลับมา

เห็นมั้ยล่ะ ขนาดสั่งไม่ให้เขาไลน์ไปหาเองแท้ๆ ก็ยังอุตส่าห์ตอบ แล้วอย่างนี้จะไม่ให้เขาชอบอีกฝ่ายได้ยังไง

'พรุ่งนี้เจอกันครับพี่'

ปิ๊กอ่านข้อความจากโรมแล้วขมวดคิ้วมุ่น ชายหนุ่มวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะหัวเตียงโดยไม่พิมพ์ตอบ เขาพลิกตัวนอนตะแคงแล้วหลับตาลง ภาพสุดท้ายที่ปรากฏในหัวก่อนจะผล็อยหลับไปคือใบหน้าหวานของรุ่นน้องและประโยคบอกรักของมันที่พูดให้เขาฟังหลายครั้งหลายหนในวันเดียว

'ผมชอบพี่ปิ๊กครับ'

"รอกูนะ" คืนนั้นปิ๊กละเมอพึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัวหลังจากหลับไป

THE END

[PikRome] It's (Not) Lonely Here

posted on 21 Apr 2017 01:02 by oerb in fanfiction directory Fiction

Title: It's (Not) Lonely Here

Rating: G

Genre: Romcom

Paring: PikRome

Author’s note: สวัสดีค่ะ นี่เอิบเอง หายไปนานเหลือเกิน กว่าจะกลับมาได้ก็แอบนอกใจเด็กๆ ฝั่งเกาหลีมาลงฟิกพี่ปิ๊กกับน้องโรมอีก ขอได้รับคำขอโทษจากเอิบไว้ด้วยนะคะ

สารภาพว่าช่วงนี้เอิบหลงปิ๊กกับโรมมาก (ความจริงแอบหวีดมาตั้งแต่ซีซั่น 1 แล้ว แต่เพิ่งจะมาแสดงอาการเอาตอนซีซั่น 2) คนคูลกับคนคิวท์เค้าน่ารักมากเหลือเกินค่ะ มากจนรู้สึกว่าไม่ได้ละ ต้องลงมือเขียนอะไรซักอย่างละ แล้วเอิบก็นั่งลงตรงหน้าแลปท็อปตั้งแต่ 2 ทุ่มจนถึงตี 1 อย่างตอนนี้นี่แหละค่ะ

หวังว่าลูกเรือปิ๊กโรมทุกคนที่หลงเข้ามาอ่านจะเอนจอยกับ It's (Not) Lonely Here นะคะ ถ้าบรรยากาศพาไปคงจะได้มีเรื่องอื่นออกมาอีก แน่นอนว่าฟิกของมยองซูกับซองยอลก็เหมือนกัน!

แล้วพบกันใหม่ค่ะ :)

ป.ล. พิมพ์เสร็จก็ลงเลย ไม่ได้ตรวจทานใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าพบจุดที่ผิดได้โปรดให้อภัยเอิบด้วยนะคะ แจ้งกันมาได้ค่ะ

 

It's (Not) Lonely Here

ไม่ว่าใครก็ออกปากชมบ้านสิรินโชตว่ากว้างขวางและอยู่สบาย ปิ๊กเองก็เคยคิดอย่างนั้น เขาชอบบ้านของตัวเอง สมัยก่อนถ้าไม่มีธุระจำเป็นจริงๆ ปิ๊กจะแทบไม่ออกไปไหนเอาแต่หมกตัวเล่นเกมอยู่กับบ้าน แต่พอโตขึ้นและถูกทิ้งให้ต้องอยู่บ้านตามลำพังนานเข้า จากที่เคยเป็นคนติดบ้าน เขาก็กลายเป็นคนติดเพื่อนแทน ทั้งเรียน ทั้งเข้าชมรม ทั้งมีแฟน ชายหนุ่มทำทุกอย่างเพื่อจะได้ไม่ต้องทนอยู่อย่างโดดเดี่ยวในบ้านหลังใหญ่ของตัวเอง

บอกตามตรงว่าตอนที่ฝันบอกเลิก แทนที่จะเศร้าใจหรือสงสัยว่าเพราะอะไร เขากลับกลัวว่าตัวเองจะต้องเหงามากกว่า

พอตระหนักถึงความเห็นแก่ตัวของตัวเอง ปิ๊กก็ยอมปล่อยมือเธอแต่โดยดี

ช่วงนั้นชีวิตเขาแย่หน่อยๆ ถูกแฟนทิ้งไม่พอ ชมรมเพื่อนร่วมโลกที่เป็นเครื่องฆ่าเวลาชั้นดีก็มีแววจะถูกยุบอีก ตอนที่กำลังคิดว่า 'บัดซบจริงโว้ย กูต้องกลับไปนอนหายใจทิ้งที่บ้านอีกแล้ว' (แม้อันที่จริงชีวิตนักศึกษาสัตวแพทย์จะไม่ปล่อยให้เขามีเวลาหายใจทิ้งมากนัก) โรมก็ปรากฏตัวขึ้น

รุ่นน้องเป็นผู้ชายขี้ก้าง ตัวรึก็เล็กกระจิ๋วหลิว แต่กลับมีอิทธิพลกับเขาอย่างมหาศาล

ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับโรมเป็นความสัมพันธ์ประหลาดๆ เรื่องเริ่มต้นจากไอ้พอร์ช เพื่อนสนิทของเขาปิ๊งไอเดียชวนน้องเอ็มม่า หลานสาวคณบดีมาเข้าชมรมเพื่อให้ท่านคณบดีใจอ่อนยอมปล่อยให้ชมรมมีชีวิตรอด เป็นเพราะเอ็มม่าตัวติดกับโรมตลอด พวกเขาทั้งคู่จึงพลอยรู้จักรุ่นน้องหนุ่มไปด้วย

ไอ้พอร์ชพยายามตื๊อเอ็มม่าทุกวิถีทาง ระหว่างนั้นเขาจึงหาอะไรให้ตัวเองทำด้วยการทำความคุ้นเคยกับโรม (เช่นลากตัวมันมาบังคับกรอกใบสมัครเข้าชมรมและสั่งให้มันไปกล่อมเอ็มม่าให้ยอมร่วมมือ) กว่าหญิงสาวจะใจอ่อน เขาก็สนุกกับการมีไอ้โรมให้แกล้งแล้ว

โรมอายุน้อยกว่าเขา 3 ปี เพราะอย่างนั้นอีกฝ่ายจึงเกรงใจและไม่กล้าหือกับเขา เขาขโมยอาหารมันมากินเกือบทั้งจานมันก็ได้แต่ทำหน้าเจื่อน ด่าอะไรก็เพียงแต่ทำหน้าบู้บี้ สั่งให้ทำอะไรก็ทำหมด การอยู่กับรุ่นน้องทำให้ปิ๊กรู้สึกมีอำนาจประหนึ่งได้กลับไปเป็นหัวหน้าแก๊งเด็กแถวบ้าน เขาได้เพลิดเพลินกับการแกล้งรุ่นน้อง ได้สนุกกับพวกที่ชมรม ได้ยุ่งวุ่นวายกับการเรียนและการสอบ ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี

แต่ถึงอย่างนั้นบ้านสิรินโชตก็ยังเป็นสถานที่ที่ไม่น่าอยู่สำหรับเขาเหมือนเดิม

 

"ผมมาชมรมทีไรเจอพี่ทุกทีเลยอะ บางทีพี่กับพี่พอร์ชก็มาช่วยโปรเจ็กต์ของผมกับเอ็มม่าด้วย ที่บ้านไม่บ่นบ้างเหรอครับ?" ไอ้โรมถามเขาขึ้นวันหนึ่งขณะเดินเลือกของในมินิมาร์ทด้วยกัน

เขาเหลือบมองมันด้วยหางตานิดหน่อยก่อนจะตอบสั้นๆ ว่า "ยุ่ง"

รุ่นน้องทำปากยื่นใส่เขา "อ้าวพี่ ถามดีๆ นะเนี่ย" ตั้งแต่อยู่ด้วยกันบ่อยๆ ไอ้โรมก็กล้ากับเขาขึ้น

"กูไม่ด่าว่าเสือกก็บุญหัวมึงแล้วมั้ย?" ว่าแล้วเขาก็เอาเลย์ถุงใหญ่เคาะหัวมันก่อนโยนลงตะกร้าที่อีกฝ่ายถืออยู่

"ถามดีๆ ก็ด่ากันอะเนอะ คนเรา"

"อะไรของมึง? ฮะ อะไร?" ชายหนุ่มยกขาเตะไอ้โรมที่ขยับปากบุ่นมุบมิบงุบงิบอย่างมันเขี้ยว

มันห่อไหล่หนีพลางยกขาห