[Infinite] A Coincidental Love

posted on 25 Jun 2016 22:29 by oerb in fanfiction directory Fiction

Title: A Coincidental Love

Rating: G

Genre: Romcom

Paring: MyungsooSungyeol

Author’s note: แด่เคลอลลี่ป๊อป สุขสันต์วันเกิดเด็กสาวที่เป็นแรงใจให้เราเสมอ อภัยให้เราด้วยถ้าพบคำผิด เรารีบ เรากลัวไม่ทันวันเกิดเธอ ถถถถถ

 

A Coincidental Love

มยองซูตกใจ เขาได้แต่นั่งทำตาโตอยู่ในรถขณะที่คนแปลกหน้าคนหนึ่งกำลังตั้งหน้าตั้งตาจัดหน้าจัดผมโดยอาศัยหน้าต่างรถของเขาเป็นกระจก รถของเขาจอดอยู่บนลานจอดหน้าฮอลล์จัดงานแต่งงาน เขาจอดรถแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเช็กข้อความแค่แป๊บเดียว พอเงยหน้ามาอีกทีก็เจอคนแปลกหน้าคนที่ว่าแล้ว เขาตะลึงอยู่ประเดี๋ยวเดียวก็หัวเราะออกมาดังพรืด มยองซูรู้ว่าตัวเองติดฟิล์มหน้าต่างรถไว้มืดมาก รู้ว่าจะต้องมีคนอาศัยหน้าต่างรถของตัวเองเป็นกระจกเพราะเขาเองก็ทำ แต่เขาไม่นึกว่าจะได้พบเหตุการณ์อย่างที่กำลังเจออยู่ตอนนี้ ผ่านมาเป็นนาทีแล้วแต่คนข้างนอกยังไม่ไปไหนเลย เอาแต่ปัดผมม้าไปมาเดี๋ยวซ้ายเดี๋ยวขวาแล้วก็หยิบแว่นสายตา (มั้ง) มาถอดเข้าถอดออกอยู่นั่น ถ้าฝ่ายนั้นหน้าตาไม่น่าเอ็นดู มยองซูคงเปิดกระจกรถให้อีกฝ่ายรู้ว่ามีคนนั่งอยู่ในรถไปแล้ว แต่คนแปลกหน้าคนนี้มองเพลินเหลือเกิน มยองซูก็เลยปล่อยให้อีกฝ่ายแต่งหล่อไปตามสบาย ถ้าไม่ติดว่ากลัวตัวเองจะดูโรคจิต เขาจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายวิดีโอเก็บไว้เปิดดูเวลาอยากหัวเราะ แต่แน่นอนว่ามยองซูไม่ได้ทำ

คนแปลกหน้าจากไปหลังตกลงใจจะปัดผมม้าไปทางขวาและไม่สวมแว่น คล้อยหลังฝ่ายนั้นไปครู่เดียวมยองซูก็ลงจากรถแล้วเดินตามฝ่ายนั้นเข้าไปในอาคารหรูหราสีขาวสูงตระหง่านเพื่อไปร่วมงานแต่งงานของรุ่นพี่สมัยวิทยาลัย เขาคิดว่าตัวเองคงไม่มีโอกาสได้เจอเจ้าของใบหน้าน่ารักนั้นอีกและเหตุการณ์เมื่อสักครู่คงเป็นแค่เรื่องขำๆ เรื่องหนึ่งของชีวิต แต่พอมยองซูเห็นว่าคนๆ นั้นกำลังพูดคุยอย่างออกรสกับเจ้าบ่าวคนหนึ่งซึ่งบังเอิญเป็นคนเดียวกับที่เขามาหาเพื่อแสดงความยินดี มยองซูก็เริ่มคิดว่านี่อาจจะเป็นพรหมลิขิต

“มยองซู! มาแล้วเรอะ!”

รุ่นพี่สังเกตเห็นเขาจึงตะโกนเรียกเสียงดัง คนแปลกหน้าคนนั้นหันมามองเขา เมื่อเห็นว่าเจ้าบ่าวต้องรับแขกคนอื่น ฝ่ายนั้นก็ขอตัวแล้วเดินไปในห้องจัดพิธี

“พี่จองอุก” มยองซูเดินเข้าไปกอดรุ่นพี่คนสนิท “ยินดีด้วยนะพี่”

“ขอบใจมาก! ไปหาพวกมินซอกสิ พวกนั้นอยู่ข้างในแล้ว”

“ไรอะ เจอหน้าปั๊บก็ไล่กันซะละ” เขาแสร้งทำปากยื่นใส่เจ้าบ่าว “ว่าแต่คนที่ยืนคุยอยู่ด้วยเมื่อกี้นี้ใครน่ะ?”

“หา ซองยอลน่ะเหรอ? น้องที่ทำงานน่ะ”

หลังจากจองอุกก็พูดนู่นพูดนี่ให้เขาฟังอีก เขาเลือกฟังแต่เรื่องที่ตัวเองอยากฟัง เช่นซองยอลคนนั้นอายุมากกว่าเขาปีหนึ่ง ทำงานอยู่ทีมเดียวกันกับพี่จองอุก บ้านอยู่ยงอินแต่มาเช่าหออยู่ในโซล ชงกาแฟอร่อยก็เลยโดนพี่จองอุกใช้ให้ชงให้ประจำ

มยองซูมองหาซองยอลแล้วมองตามอีกฝ่ายตลอดงาน ทั้งตอนอยู่ในพิธี ตอนถ่ายรูปหมู่ แล้วก็ตอนกินเลี้ยง มยองซูพูดกับจองอุกก่อนอีกฝ่ายจะขึ้นรถไปฮันนีมูนกับภรรยาว่า

“พี่”

“หา?”

“เดี๋ยวไว้เราไปกินข้าวหลังเลิกงานกันนะ แถวบริษัทพี่ก็ได้ ฉันเลี้ยงเอง”

“เฮ้ย ไม่เป็นไร แค่มางานก็ดีใจแล้ว ไม่ต้องเลี้ยงให้อีกหรอก”

“ฉันเลี้ยงเอง เพราะฉะนั้นพี่ต้องทำอะไรให้ฉันอย่างหนึ่ง”

“หา?” จองอุกงงเต้ก “ทำอะไรวะ?”

“พี่ต้องทำยังไงก็ได้ให้ซองยอลมากินด้วย เข้าใจมั้ย?”

“ฮะ?”

“เอาซองยอลมากินด้วย เข้าใจมั้ย?”

“ซองยอลเกี่ยวไรอ้ะ?”

“เข้าใจมั้ย?”

“แต่-“

“เข้าใจมั้ย?”

“เข้าใจแล้ว”

               

จองอุกกับภรรยาไปฮันนีมูนที่เมืองไทยหนึ่งอาทิตย์ หลังรุ่นพี่กลับมาโซลได้สามวัน มยองซูก็วิ่งแจ้นไปปรากฏตัวหน้าบริษัทของอีกฝ่ายทันทีที่เลิกงาน

“มยองซู!”

“พี่” มยองซูยิ้มให้จองอุกแว้บเดียวก็หันไปสนใจคนที่เดินมากับอีกฝ่าย วันนี้ซองยอลแต่งตัวสบายๆ และสวมแว่นสายตา เขานึกในใจว่าในวันธรรมดาๆ อย่างนี้อีกฝ่ายคงไม่ต้องเสียเวลายืนแต่งตัวหน้ากระจกอย่างคราวก่อนที่เจอกัน

“ซองยอลนี่มยองซู มยองซูนี่ซองยอล หมอนี่เป็นรุ่นน้องสมัยมหา’ลัย หมอนี่เป็นน้องในทีม รู้จักกันละนะ ปะ ไปกินเนื้อกัน วันนี้มยองซูจะเลี้ยง เย้” จองอุกแนะนำพวกเขาสองคนให้รู้จักกันแบบง่ายๆ แล้วซองยอลก็เป็นฝ่ายยื่นมือมาให้มยองซูก่อน เขาจับมือของอีกฝ่ายเขย่าแล้วยิ้มให้ก่อนจะแนะนำตัวเองอีกที “คิมมยองซูครับ”

“อ๋อ ครับ อีซองยอลครับ” ซองยอลยิ้มตาหยีให้เขา “พี่จองอุกบอกว่าอยู่ดีๆ คุณก็อยากเลี้ยงเนื้อแล้วก็ชวนผมมาช่วยถล่ม”

มยองซูพบว่าซองยอลไม่ได้มีดีแต่หน้าตา แต่อัธยาศัยก็ดีจนน่าใจหายด้วย ทั้งๆ ที่เพิ่งพบกันครั้งแรกแต่ซองยอลกลับชวนเขาคุยได้อย่างเป็นธรรมชาติ ระหว่างย่างเนื้อกินพวกเขาสามคนคุยกันหูดับตับไหม้ ด้วยเหตุนี้แม้จะเพิ่งกินข้าวด้วยกันแค่มื้อเดียว มยองซูก็คุ้นเคยกับซองยอลจนสามารถชวนกันไปดื่มกาแฟล้างปากเพียงสองคนได้โดยไม่ต้องง้อจองอุกที่ขอตัวกลับบ้านไปหาภรรยอีก

ซองยอลประหลาดใจเมื่อเห็นมยองซูเลือกสั่งสตรอเบอร์รี่ชีสเค้กแฟรปปูชิโน่มาดื่ม อีกฝ่ายบอกว่าคนหน้าตาอย่างเขาน่าจะดื่มเอสเพรสโซหรือไม่ก็อเมริกาโน่มากกว่า พออีกฝ่ายเปิดประเด็นมาว่าอย่างนั้น มยองซูกับซองยอลก็เลยคุยกันว่าตัวเองชอบอะไรและไม่ชอบอะไรกันบ้าง เขาพบว่าซองยอลชอบอ่านหนังสือแนวสืบสวนสอบสวนเหมือนเขา ซองยอลพบว่ามยองซูไม่ชอบกินกระเทียมเหมือนกับตัวเอง พวกเขายังมีน้องชายอายุไล่เลี่ยกันเหมือนกันด้วย แล้วทั้งคู่ก็ไม่ชอบฝนเหมือนกันด้วย พวกเขาสองคนคุยกันในร้านกาแฟอยู่นานสองนานก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน

แน่นอนว่ามยองซูไม่ลืมชวนซองยอลให้มาเจอกันอีก

(แค่สองคน เพราะพี่จองอุกไม่จำเป็นสำหรับเขาแล้ว)

               

มยองซูนัดเจอกับซองยอลอีกหลายครั้ง ไปดูหนังกันบ้าง ไปกินข้าวหลังเลิกงานบ้าง (ซึ่งถ้าเป็นอย่างหลัง บางครั้งพี่จองอุกก็โผล่มาร่วมวงด้วย) มีอยู่ครั้งสองครั้งที่ซองยอลไปเที่ยวกับมยองซูและเพื่อนๆ ของเขา (ซึ่งเขาแฮปปี้มากที่ซองยอลเข้ากับเพื่อนของเขาได้) เขามั่นใจขึ้นทุกครั้งที่เจอกันว่าตัวเองชอบอีกฝ่าย แต่ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะคิดยังไงกับตัวเอง เพราะท่าทีที่ซองยอลแสดงออกกับเขาก็เหมือนกับที่อีกฝ่ายแสดงออกกับทุกคนคือดีใจหายกับเขาเท่าไหร่ก็ดีกับคนอื่นเท่านั้น อย่างตอนมยองซูชวนซองยอลไปกินข้าวกับพวกมินซอก ซองยอลก็คอยคีบไส้หมูให้ทั้งเขาทั้งเพื่อนสนิท ไม่สิ อีกฝ่ายคีบให้มินซอกมากกว่าเขาซะอีกเพราะหมอนั่นอ้อนซองยอลเอาๆ ส่วนเขาก็ได้แต่ส่งสายตาพิฆาตให้ไอ้เพื่อนตัวจิ๋วที่ก็ไม่ได้เกรงกลัวเขาเลยซักนิดเดียว

จริงๆ แล้วเรื่องคีบไส้นั่นเป็นเรื่องเล็กมาก มยองซูไม่เดือดร้อนกับความใจดีบนโต๊ะอาหารของซองยอลเท่าไหร่ เขารู้สึกน้อยใจและเสียความมั่นใจมากๆ ก็ตอนที่รู้ว่าซองยอลแชทกับมินซอกบ่อยกว่าเขาต่างหาก หมอนั่นชอบพูดว่าเมื่อวานคุยกับซองยอล ซองยอลบอกว่าอย่างนั้น เมื่อเช้าคุยกับซองยอล ซองยอลว่าอย่างนี้ เขาไม่ได้หึงซองยอลกับเพื่อนสนิทเพราะมินซอกมีแฟนเป็นตัวเป็นตน แต่รู้สึกปวดใจที่ซองยอลไม่ได้ปฏิบัติกับเขาพิเศษกว่าคนอื่นเลย

หลังเวลาผ่านไปได้สองเดือนกว่าๆ พอไม่มีสัญญาณจากอีกฝ่ายให้เขาพอเอามาคิดเข้าข้างตัวเองได้ จิตใจของมยองซูก็ห่อเหี่ยวลง

‘พี่ ช่วงนี้ซองยอลเป็นไงมั่ง?’ มยองซูส่งข้อความไปหาจองอุกในช่วงพักเที่ยงวันหนึ่ง เขาไม่ได้เจอคนที่ถามถึงมาสองอาทิตย์แล้ว เพราะงานยุ่งด้วย แล้วก็เริ่มหมดความมั่นใจในตัวเองด้วย

‘ก็ปกติดี ถามทำไมอะ?’ รุ่นพี่ตอบเขา มยองซูอ่านแล้วใจแฟบกว่าเดิม

‘ยุ่งรึเปล่า ปิดเล่มกันยัง?’

‘เพิ่งปิดไปเมื่อวานซืนตอนนี้เลยพอหายใจได้ทั่วท้องหน่อย พูดถึงท้องแล้วหิวเลยอะ มากินข้าวแถวนี้อีกดิ ช่วงนี้หายหัวไปเลยนะ’

มยองซูอ่านข้อความจากจองอุกแล้วถอนหายใจ เขาเกือบจะพิมพ์ตอบไปว่า ‘ไปแล้วก็ไม่รู้เค้าจะอยากเจอรึเปล่า’ แต่ก็เปลี่ยนใจลบทิ้งเพราะรู้สึกว่ามันลำไยไปหน่อย ‘ช่วงนี้ไม่ได้อะ โคตรยุ่ง’

‘ศุกร์หน้าล่ะ?’

‘ศุกร์หน้าน่าจะได้’

‘งั้นศุกร์หน้านะ เดี๋ยวซองยอลไปด้วย’

‘ชวนแล้ว?’

‘เนี่ย นั่งอยู่ด้วยกัน ซองยอลเป็นคนถามเองว่าศุกร์หน้าว่างรึเปล่า’

มยองซูตาโต จากที่นั่งห่อไหล่อยู่ก็ยืดหลังขึ้นนั่งตัวตรงแน่ว ‘งั้นวันนี้เลยก็ได้’

‘ไรวะ ไหนเมื่อกี้บอกยุ่ง’

‘ก็ยุ่งไง วันนี้ไปได้แต่เป็นตอนดึกๆ เลย ได้รึเปล่า?’

‘ศุกร์หน้านั่นแหละ ไว้เจอกันนะ-SY

พอเห็นว่าใครเป็นคนพิมพ์ข้อความล่าสุด มยองซูก็นั่งยิ้มให้หน้าจอโทรศัพท์เป็นคนบ้าไปเลย ซองยอลอยากเจอเขาถึงขั้นเป็นคนนัดก่อนเชียวนะ อย่างนี้ไม่เรียกว่ามีความหวังเหรอ?

 

มยองซูนับวันรอจะได้เจอซองยอลทุกวัน พอถึงวันศุกร์