[Infinite] Only Tears
posted on 08 May 2012 13:41 by oerb in fanfiction directory FictionTitle : Only Tears
Genre : Drama
Author : oerb
Paring : MyungYeol
Author’s note : ฉันฟังเพลงนี้ของเด็กๆ อยู่หลายรอบเลยค่ะ ฟังไปก็ตั้งคำถามกับตัวเองไปว่าเนื้อเพลงหมายถึงอะไร ทำไมคนๆ หนึ่งจึงต้องขอร้องไม่ให้คนอีกคนมารัก ทั้งๆ ที่ตัวเองก็รักเขามากเหมือนกันแท้ๆ ฟังไปก็ขัดใจไป *ฮา* คุยกันตัวเองอยู่หลายตลบ พิมพ์ๆ ลบๆ จนออกมาเป็นวันช็อตเรื่องนี้ เป็นคนพูดไม่ค่อยรู้เรื่องโดยเฉพาะเมื่อพูดกับตัวเอง หวังอย่างยิ่งว่าจะไม่ทำให้งงกันนะคะ 
ทำไม่ได้ ซองยอลร้องเพลงนี้ไม่ได้
ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่เข้าใจ
ถ้ารักมากแล้วทำไมถึงยอมปล่อยมือ
ถ้าปล่อยมือแล้วจะต้องทนทรมานเพราะความคิดถึงทำไมถึงไม่ทำตามหัวใจของตัวเอง
ถ้ารักกันทำไมจึงเลือกจะทำร้ายหัวใจตัวเองและหัวใจของใครอีกคน
ซองยอลไม่เข้าใจ
อาจารย์สอนร้องเพลงไล่ให้เขาไปพัก เด็กหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ กลับหลังหันแล้วเดินจากมาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา หลับตาลงและขมวดคิ้วมุ่นอย่างขุ่นข้องใจ
'เป็นอะไร'
ใครบางคนเดินเข้ามาจับมือเขายกขึ้นบีบเบาๆ ซองยอลได้ยินคำถามปนความห่วงใยเจือมาในสัมผัสอ่อนโยนนั้น เขาส่ายหน้าช้าๆ ตอบโดยยังไม่ลืมตา
'โกหก'
คนๆ นั้นเอ็ดเขาด้วยการดีดมะกอก ซองยอลยกยิ้มมุมปากและหัวเราะในลำคอก่อนลืมตาขึ้นสบตากับมยองซู เด็กหนุ่มดึงมืออีกฝ่ายให้นั่งลงข้างๆ แล้วบ่นให้ฟังเบาๆ ว่าเขาไม่เข้าใจความหมายของเพลงจึงร้องออกมาให้ดีไม่ได้ "ถ้าเป็นฉัน ฉันคงไม่ทำอย่างนั้น" ซองยอลบอก "ฉันเลือกจะฝ่าฝันอุปสรรคไปด้วยกันมากกว่าปล่อยมือจากกัน"
"เหรอ" มยองซูพยักหน้ารับ เงียบไปอึดใจหนึ่งจึงค่อยพูดกับเขา "แล้วถ้าอุปสรรคนั้นเป็นกำแพงสูงมากๆ อย่าง...สังคมล่ะ"
ซองยอลมุ่นคิ้ว "สังคมอะไร?"
"สังคมที่ไม่ยอมรับรักร่วมเพศน่ะ"
เด็กหนุ่มอึ้งไป
"ก็..." เขาอึกอัก "พากันไปสิ พากันไปอยู่ในสังคมที่เขายอมรับเรื่องพวกนี้แทนสิ"
"แล้วหน้าที่การงานล่ะ"
"ของอย่างนั้น...หาเอาใหม่ก็ได้"
"ครอบครัวล่ะ คนรอบตัวล่ะ"
"ก-ก็ทิ้งมาแล้วนี่"
"ทิ้งได้จริงๆ เหรอ ทั้งพ่อแม่พี่น้อง ญาติผู้ใหญ่ เพื่อนๆ พี่ๆ เจ้านาย ใครต่อใครที่รักเราน่ะนะ"
"ถ้าเขารักเราเขาก็ต้องเข้าใจเราสิ!"
"ก็พวกเขาอยู่ในสังคมที่คนส่วนใหญ่ไม่ยอมรับเรื่องนั้นนี่"
ซองยอลหน้าเสีย เขานิ่งฟังมยองซูพูดต่อไปเงียบๆ
"ยังมีอุปสรรคที่เรียกว่าหน้าที่ของลูก หน้าที่ของผู้ชาย หน้าที่ของศิลปินอีก" ฝ่ายนั้นว่าพลางค่อยๆ ปล่อยมือจากเขา เด็กหนุ่มรู้สึกตัวจึงรีบยื้อมันไว้และสานนิ้วมือเข้ากับอีกฝ่ายแน่น
มยองซูก้มลงมองก่อนจะเงยหน้าบอกเขาว่าเจ็บ ทว่าซองยอลไม่ยอมปล่อยหรือแม้แต่จะคลายสัมผัสลง ฝ่ายนั้นจึงกระชับมือแน่นเข้าบ้าง เด็กหนุ่มเบ้หน้า ปลายนิ้วของพวกเขาแดงไปหมด ข้อนิ้วของพวกเขาเบียดกันจนเจ็บ ในที่สุดซองยอลต้องคลายนิ้วออก มยองซูจึงปล่อยมือ เขาชักมือกลับมาสะบัดกลางอากาศและบ่นขรมว่าเจ็บ
"ก็เพราะนายเจ็บยังไงล่ะ ฉันถึงต้องปล่อยมือ"
ซองยอลชะงัก เขาหันไปมองอีกฝ่ายโดยไม่พูดจาอยู่เกือบนาทีจึงเบือนหน้ากลับมาและบ่นพึมพำแต่ดังพอมยองซูจะได้ยิน "ปล่อยไปแล้วอย่าบังอาจกลับมาจับอีกนะ"
ฝ่ายนั้นฟังแล้วหัวเราะเบาๆ "ทนได้เหรอ จะไม่ยอมให้ฉันจับมืออีกเลยได้เหรอ"
"ก็นายเป็นฝ่ายปล่อยไปเอง!"
"ใช่ ก็นายอยากให้ปล่อยนี่"
"ฉันไม่ได้พูดซักคำ"
"แต่นายเป็นฝ่ายคลายมือก่อน"
"ก็มันเจ็บนี่!"
"ก็เพราะนายเจ็บยังไงล่ะ แล้วฉันเองก็เจ็บด้วยเหมือนกัน"
"อย่างน้อยๆ นายก็น่าจะรั้งเอาไว้ซักหน่อย"
"ถ้าฉันรั้งเอาไว้ อีกไม่นานมือก็จะชา แล้วเราก็จะไม่เหลือความรู้สึกอะไรเลย"
ซองยอลนิ่งไป เขาเบือนหน้ากลับมาก้มมองมือตัวเองซึ่งเพิ่งจะหายแดงและกลับเป็นปกติ เขายังจำความเจ็บเมื่อสักครู่ได้ มันเจ็บจนทนไม่ไหวจนแม้จะอยากจับมืออีกฝ่ายไว้มากแค่ไหนสุดท้ายก็ต้องคลายมือออกอย่างที่มยองซูบอก เขาเหลือบมองมือของมยองซู และนึกว่าหลังจากนี้เขาคงไม่กล้าสานและรัดนิ้วแน่นๆ อย่างนั้นอีก
'ทนได้เหรอ จะไม่ยอมให้ฉันจับมืออีกเลยได้เหรอ'
มยองซูเพิ่งจะถามเขา
ไม่ว่ายังไงก็ต้องทน
ซองยอลให้คำตอบในใจ
เมื่อสักครู่เด็กหนุ่มไม่ได้เจ็บเพียงฝ่ายเดียว แต่มยองซูเองก็เจ็บด้วย แล้วอย่างนี้...แล้วอย่างนี้เขาจะกล้าทำอีกทั้งๆ ที่รู้ว่าอีกฝ่ายจะต้องเจ็บได้ยังไง ซองยอลคิดพลางวางมือกับตักและห่อไหล่อย่างหดหู่
"ซองยอล"
ได้ยินเสียงอาจารย์เรียกเขา เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นพลางขานรับเบาๆ ว่าครับ และลุกขึ้นเดินไปหาอีกฝ่ายเพื่อเริ่มฝึกร้องเพลงใหม่ เขาหันหน้าเข้าหาอาจารย์จึงสบตาเข้ากับมยองซูซึ่งยังนั่งอยู่ที่เดิม ฝ่ายนั้นโบกมือและยิ้มให้กำลังใจเขา ซองยอลเจ็บที่หัวใจแปลกๆ เขายิ้มขื่น และพยักหน้าขอบคุณสำหรับกำลังใจนั้น จากนั้นจึงสูดลมหายใจเข้าและค่อยๆ เปล่งเสียงออกมา
ซองยอลรู้สึกว่าตัวเองร้องเพลงนี้ได้
เขาค่อยๆ เข้าใจ
ว่าทำไมบางคนถึงยอมปล่อยมือแม้จะรักมาก
ว่าทำไมถึงไม่ทำตามหัวใจของตัวเองแม้จะกำลังทรมานเพราะความคิดถึง
ว่าทำไมถึงเลือกจะทำร้ายหัวใจตัวเองและหัวใจของใครอีกคนแม้ต่างฝ่ายจะต่างรักกัน
ซองยอลเข้าใจ
ว่าบางครั้งความรักก็ไม่อาจเอาชนะทุกสิ่งได้
THE END
[Infinite] Nail Clippers
posted on 22 Apr 2012 17:17 by oerb in fanfiction directory FictionTitle : Nail Clippers
Genre : one shot
Author : oerb
Paring : MyungYeol
Author’s note : ไม่รู้เป็นอะไรชอบเขียนฉากตัดเล็บ เคยเขียนให้คิมคิบอมตัดเล็บให้มินโฮไปแล้วทีหนึ่ง ก็ติดใจเขียนให้ซองยอลตัดเล็บให้มยองซูอีก คงเป็นเพราะมันเป็นการแสดงความเอาใจใส่ที่น่ารักและอบอุ่นดีมั้งคะ 
Nail Clippers
ซองยอลได้ยินเสียงกีตาร์
มยองซูคงกำลังซ้อมเพลงเก่าหัดเพลงใหม่
เขาก้าวลงจากเตียงนอนไปแง้มประตูแอบดูคุณชายคนขยัน ฝ่ายนั้นกำลังตั้งหน้าตั้งตาดีดกีตาร์บนพื้นห้องนั่งเล่น สองตาไล่ตามโน้ตเพลงบนบรรทัดห้าเส้น มือขวาเกาสาย มือซ้ายจับคอร์ด สมาธิแน่วแน่จนไม่สังเกตเห็นเขาซึ่งตอนนี้ทรุดตัวนั่งกอดอกขัดสมาธิเอียงหัวพิงกรอบประตูฟังเพลงอยู่
มยองซูอยู่เฉยๆ ก็น่าดูอยู่แล้ว เวลาจดจ่อกับบางอย่างอย่างนี้ยิ่งดูมีเสน่ห์
ซองยอลจุดยิ้มบางพลางเคาะข้อนิ้วกับขาตามจังหวะดนตรี
จู่ๆ มยองซูหยุดเล่น เขาสังเกตเห็นอีกฝ่ายถูปลายเล็บกับนิ้วมือ
เด็กน้อยซองมุ่นคิ้วมองคิมมยองซูเอียงคอบ่นพึมพำเหมือนไม่พอใจฝีมือตัวเอง ฝ่ายนั้นยังถูปลายเล็บไม่เลิก ดูท่าคงทำโดยไม่รู้ตัว เขาหรี่ตามองมือมยองซูเขม็งแล้วตัดสินใจคลานเงียบๆ เลียบผนังไปผลุบเข้าห้องเมนโวคอลคุ้ยหาของในลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้งง่วน
“หาอะไร” นัมอูฮยอนละสายตาจากการ์ตูนเงยหน้าถาม
“กรรไกรตัดเล็บ” ซองยอลตอบส่งๆ “เจอแล้ว!” เขาร้องเย้แล้วล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงต่ออินเตอร์เน็ต
“อ้าว” อูฮยอนร้องเง็งๆ “เจอแล้วทำไมไม่ตัด”
“ถามมากจริง” เด็กประถมตัดบทไม่ยอมตอบ นัมสตาร์จึงยื่นเท้าเตะสีข้างเขาอย่างหมั่นไส้
ซองยอลไม่ใส่ใจ (โบราณว่าอย่าถือคนบ้า อย่าว่านัมอูฮยอน) เขาก้มหน้าอ่านบางอย่างบนจอโทรศัพท์พักใหญ่ สุดท้ายจึงลุกขึ้นเดินอาดๆ ออกไปนอกห้อง มือหนึ่งงับกรรไกรตัดเล็บดังกริ๊กๆ อีกมือถือโทรศัพท์ไปด้วย มยองซูมองเขาซึ่งเดินตรงไปหางงๆ ซองยอลแย่งกีตาร์จากมืออีกฝ่ายวางลงกับพื้น ส่วนตัวเองหย่อนก้นนั่งลงตรงหน้ามยองซู
“ขอมือหน่อย” เขาแบมือรอรับมืออีกฝ่าย
คิมมยองซูเลิกคิ้วใส่เขา
“โอ๊ย” ซองยอลร้อง “จะให้ไม่ให้!?”
อีกฝ่ายยื่นมือซ้ายให้อย่างเสียไม่ได้
เขาตีมือข้างนั้นเพี้ย “เอามือขวา” พูดจบแล้วฉวยมืออีกข้างที่ต้องการมาจ่อกรรไกรเข้าปลายนิ้ว คิมมยองซูสลัดมือทิ้งทันควัน “จะทำอะไร”
“จะตัดเล็บให้” เด็กน้อยซองอมลมแก้มป่อง “อุตส่าห์หวังดี เห็นนายทำท่าเหมือนรำคาญเล็บยาว”
อีกฝ่ายทำหน้าประหลาดใจ “รู้ด้วย?”
“ไม่รู้สิแปลก ก็ฉันนั่งดูนายซ้อมอยู่”
มยองซูฟังคำตอบของเขาแล้วส่งยิ้มให้ “เหรอ” น้ำเสียงเพื่อนสนิทฟังมีความสุข “ดูอยู่เหรอ?”
ซองยอลทำเป็นไม่ได้ยิน เขาคว้ามือขวามยองซูขึ้นบรรจงตัดเล็บให้- - -กริ๊ก เขางับปากกรรไกรเข้าหากันหนหนึ่งแล้วหันไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นอ่านหน้าจอ “มนไร้เหลี่ยม” เด็กน้อยส่งเสียงงึมงำกับตัวเอง “ไม่แหลม ไม่คม ปลายของเล็บต้องกลมและมน”
“บ่นอะไร” เจ้าของมือถามปนขำ
“มนไร้เหลี่ยม” ซองยอลพูดพลางตัดเล็บให้มยองซูพลาง เสร็จหนึ่งนิ้วแล้วดึงตะไบฝนให้ต่อ
คิมมยองซูเห็นเขาไม่ยอมตอบจึงเอื้อมมือฉวยโทรศัพท์จากตักเขาไปดู “เล็บนั้นสำคัญไฉน*” อีกฝ่ายอ่านออกเสียงเบาๆ "...จุดแรกที่เล็บเราสัมผัสกับสายกีตาร์คือ point of contact และจะไปสิ้นสุดที่ point of release เราควรจำไว้เสมอว่าเส้นทางการเดินทางของเล็บกับสายกีตาร์ต้องเรียบ ไม่สะดุด ไม่เป็นเหลี่ยม ไม่เป็นมุม เสียงที่ดีดออกมาจึงจะได้คุณภาพ เพื่อให้จดจำได้ง่ายผมจะเรียกลักษณะนี้ว่ามนไร้เหลี่ยม..."
ซองยอลเหลือบเห็นอีกฝ่ายกระตุกมุมปากยิ้ม มยองซูคืนโทรศัพท์ให้เขาแล้วนั่งเงียบๆ ให้ตัดเล็บทั้งห้าจนเสร็จจึงยกมือขึ้นสำรวจผลงานช่างตัดเล็บจำเป็น
“อย่างนี้มันเหลี่ยมไร้มน”
“เฮ้ย!” เด็กประถมร้องเสียงหลง “มนแล้วเหอะ”
มยองซูหัวเราะขำ “ล้อเล่น มนแล้ว”
ซองยอลยืดอกอย่างภูมิใจ เขาโกยเศษเล็บอีกฝ่ายไปทิ้งถังขยะให้ เมื่อกลับมาอีกครั้ง มยองซูกำลังวาดแขนขวาโอบกีตาร์ตั้งท่าจะเล่นอยู่
“ดีขึ้นมั้ย” เด็กน้อยซองกะพริบตาถามอย่างคาดหวัง
อีกฝ่ายลองดีดสายดูก่อนหันมายิ้มให้แทนคำตอบ
“ขอบใจนะ” มยองซูว่า
“ไม่เป็นไร” เขาเกาแก้มเขินๆ “เอากรรไกรไปเก็บนะ” ซองยอลชูของในมือแล้วตั้งท่าจะเดินกลับ แต่มยองซูเกี่ยวชายเสื้อเขาไว้
“ฝันดี” ฝ่ายนั้นอวยพรพลางโบกมือขวาให้เบาๆ
“นายก็อย่านอนดึก” เด็กน้อยชี้นิ้วสั่งจบก็หมุนตัวกลับเข้าห้องพี่ใหญ่ เห็นนัมอูฮยอนยังนอนอ่านหนังสืออยู่ เขากำลังจะก้าวเท้าผ่านเตียงนั้นไป ทันใดนั้นอูฮยอนคว้าข้อเท้าเขาหมับ
“เฮ้ย!” ซองยอลตกใจแทบทำมือถือตก
“ตัดให้มั่งดิ” เพื่อนร่วมวงชูมือขึ้นกระดิกนิ้วใส่หน้าเขา “เล็บฉันก็ยาวแล้วเหมือนกันอะ” ไม่พูดเปล่า ฝ่ายนั้นโชว์นิ้วทั้งสิบให้เขาดู ริมฝีปากแสยะยิ้มแทบจะถึงหู ดูก็รู้ว่าจงใจล้อเลียนเขา
“พี่ก็ตัดเองดิ!” เด็กประถมโวยหน้าแดง
“อยากมีใครเอาใจใส่อย่างมยองซูมันมั่ง ฮิ้วว” นัมอูฮยอนนี่หน้าไม่อาย แซวเขาเองแล้วยังร้องรับเอง ซองยอลสะบัดเท้าหลุดจากมือปลาหมึกได้ก็หันไปหาหัวหน้าวงซึ่งกำลังจะหลับ
“พี่ไปตัดเล็บให้พี่อูฮยอนหน่อย”
“หือ” ซองกยูปรือตาขึ้นมองหน้าเขา “ตอนนี้เลยเหรอ?”
“อื้อ ตอนนี้เลย”
หางานให้นัมอูฮยอนเรียบร้อยอีซองยอลก็ชิ่งกลับห้องไปล้มตัวลงนอน เขาหลับตาพริ้มขณะแนบศีรษะลงบนหมอน ได้ยินเสียงนัมสตาร์โวยวายใส่พี่ใหญ่ว่าไม่ต้องๆ ส่วนอีกเสียงแว่วมาจากข้างนอกห้องไม่ใช่เสียงอะไร
นอกจากดีดเสียงกีตาร์เนิบช้าน่าฟังของคิมมยองซู
THE END
*ได้มาจากบทความ "เล็บนั้นสำคัญไฉน" ของคุณ Naritz: http://naritz.exteen.com/20090210/entry ค่ะ ^o^
[SUJU] Get Drunk
posted on 16 Apr 2012 17:15 by oerb in fanfiction directory FictionTitle : Get Drunk
Genre : One Shot
Author : oerb
Paring : YeWook
Author’s note : จำได้ว่าไปอ่านจากไหนไม่รู้ว่าคิมจงอุนคออ่อน พอรู้ว่าพ่อคุณเขากินเหล้าไม่เก่ง สมองก็ประมวลผลออกมาเป็นฟิคแสนสั้นเรื่องนี้ เป็นฟิคแต่งไว้นานมากแต่เพิ่งได้เอามาลงบล็อคอีกแล้วเหมือนกัน (ฮา)
ส่วนตัวแล้วชอบผู้ชายคนนี้มาก (คำพูดจากปากเมนรยออุค *กร๊าก*) เพราะคิมจงอุนเป็นคนประหลาดๆ เมื่อนำมาเขียนถึงจึงเป็นตัวละครที่มีสีสันที่สุด จนถึงตอนนี้ ในบรรดาฟิคสั้นฟิคยาวต่างๆ ที่เขียนมาฉันก็ยังชอบคาแรกเตอร์ของจงอุนในฟิคยาวเรื่อง Versus ที่สุดอยู่ดี (เป็นตัวละครที่ใกล้เคียงกับตัวจริงมาก คือบ้าๆ บอๆ เหมือนกันมาก (ฮา)) ถ้าหายขี้เกียจเมื่อไหร่ จะเอา Versus มาลงในบล็อกให้ใครที่ไม่ได้เล่นบอร์ด smfix อ่านกันนะคะ
Get Drunk
เยซองเมาแอ๋เลย หึหึ
เอ หรือเมาแอ่นนะ?
แล้วเมาหยำเปกับเมาหัวทิ่มล่ะ?
สี่คำนี้มันต่างกันยังไงหือ? หรือว่าเยซองเมาเละกันแน่ คำวิเศษณ์ขยายกริยาเมามีเยอะกว่าที่คิดแฮะ เอาเป็นว่าเยซองเมาก็แล้วกัน เมาสุดๆ เลยด้วย แบบว่าถ้าเป็นภาษาอังกฤษก็ต้องเติม er หรือไม่ก็ the most นำหน้ากริยาอะ หือ? ที่ถูกต้องเติม est เหรอ? ก๊าก เยซองเมาจนโง่อังกฤษเลยว่ะ จี้ชะมัด
“ใครก็ได้ช่วยทำให้ไอ้หมอนี่หุบปากที”
“หือ?” เยซองหันขวับ “พี่พูดไร?” เขาหรี่ตาถามฮีชอล ไม่ได้อยากทำตาเซ็กซี่นะ แค่รู้สึกหนักหนังตาโดยไม่ทราบสาเหตุเฉยๆ
“ฉันบอกให้ใครก็ได้ช่วยหาเข็มมาเย็บปากนายที” พี่ชายคนสวยตอบพลางยื่นมือมาดึงมุมปากเขาจนยืด
“โอ๊ย” เยซองร้องลั่น ยกนิ้วชี้ขึ้นชี้หน้าอีกฝ่ายขวับๆ ปากก็บ่นงึมงำฟังไม่ได้ศัพท์
“เฮ้อ” ฮีชอลถอนหายใจ “แบบนี้น่ารำคาญกว่าเดิมอีก- - -บอกแล้วใช่มั้ยว่าให้เขียนป้ายแปะไว้บนขวด ไม่เชื่อแล้วเป็นไง คิมจงอุนเมาชิบหายวายวอดเลย”
รู้มั้ยเกิดอะไรขึ้น?
เอ้า เงี่ยหูมาคุณฮีจะเล่าให้ฟัง
ฮันกยองมันเซ่อซ่าทำขวดวอดก้าแตก เขาเลยเม้งใส่ไปหลายชุด จองซูทนสงสารไม่ไหวเลยช่วยเก็บกวาดเศษแก้วกับเช็ดเหล้า ส่วนชินดงเอาวอดก้าส่วนที่รอดชีวิตไปกรอกใส่ขวดน้ำเปล่า เขาบอกแล้วว่าเดี๋ยวก็มีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้กระดกลงคอไปหรอก แต่ดงแฮบอกว่าไม่เป็นไรหรอกมั้งแล้วยัดขวดใส่ตู้เย็นหน้าตาเฉย จงอุนที่อยู่ดีๆ ก็เปิดประตูห้องเข้ามาบ่นเรื่องรยออุคให้ฟังฉอดๆ พลางเดินตรงไปที่ตู้เย็นแล้วคว้าขวดวอดก้าในคราบน้ำเปล่าขึ้นดื่มอึกๆ พวกห้องชั้นบนมองไอ้หมอนั่นตาค้าง
คนจีนนับ 5
จองซูนับ 4
ชินดงนับ 3
ดงแฮนับ 2
พอเขานับ 1 จบปุ๊บไอ้บ้าจงอุนก็หงายหลังตึงปุ๊บ (ส่วนจองซูปราดเข้าไปรับขวดน้ำอย่างว่อง) แล้วพอฟื้นขึ้นมามันก็จ้อไม่หยุด ฮีชอลโคตรเบื่อ จงอุนเมาทีไรน้ำลายแตกฟองทุกที
“พี่ พี่เมาแล้วอะ กลับห้องไปอาบน้ำนอนเหอะ” ดงแฮกล่อมพี่ชายเสียงดีเป็นรอบที่สิบ ทว่าเยซองยังฝอยไม่เลิก ฝ่ายนั้นตัดพ้อรยออุคให้ฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“หมอนั่นไม่รักฉันแล้วอะ หึหึ วันๆ เอาแต่นั่งแต่งเพลง หึหึ หน้าฉันบานไม่แพ้จอมอนิเตอร์แท้ๆ แต่ดันไม่สนฉันเลย หึหึ ฉันขำอะไรนักหนาวะ หึหึ เฮ้ย เพี้ยนสุดๆ เลยอะ หึหึ คิมรยออุคบ้าบอที่สุด หึหึ ไปจูบกับคอมพิวเตอร์เลยไป”
ดงแฮไม่รู้หรอกว่าพี่เยซองงอนน้องทำไมนักหนาแต่ก็ยอมปลอบอีกฝ่าย (แบบส่งๆ) “อื้อๆ ไว้ผมจะบอกน้องให้ ให้ไปจูบกับคอมใช่ปะ ถ้าผมบอกน้องแล้วพี่ต้องกลับห้องนะ”
“อีดงแฮ!” จู่ๆ เยซองก็ตะโกนเรียกชื่อเจ้าปลาน้อยเสียงดัง “นายยุให้รยออุคนอกใจฉันเหรอ? ร้ายกาจ ร้ายกาจมาก พี่อะ ดูน้องมันดิ”
อีทึกละเหี่ยใจสุด
ทำไมต้องเป็นคิมจงอุน?
พวกห้องข้างล่างมีกันตั้งหลายคนทำไมพระเจ้าต้องส่งจงอุนขึ้นมากระดกวอดก้าเจ้าปัญหาด้วย?- - -ทำไมต้องเป็นคิมจงอุนที่คออ่อนที่สุดในวงด้วย!?!
“จงอุน นายกลับไปอาบน้ำนอนเลยไป น้ำเย็นด้วยนะจะได้สร่าง” เขาวางมาดหัวหน้าวงแล้วออกคำสั่ง ทว่าคนคออ่อนกลับส่งยิ้มหวานให้เขาก่อนจะทำปากคว่ำในวินาทีต่อมา
“ผมไม่อาบ ไม่กลับห้องด้วย ผมไม่ทำอะไรทั้งนั้น”
ลีดเดอร์ขมวดคิ้วฉับ หันไปค้อนใส่สมาชิกชาวจีนกับน้องชายตัวอ้วนวงโต “นายสองคน” เขาออกคำสั่งพลางเพยิดหน้าใส่ฮันกยองและชินดงคนละหน “พาหมอนี่กลับไปส่งห้องข้างล่าง”
“เฮ้ย” ชินดงร้องเสียงหลง “ทำไมผมโดนด้วยอะ”
“ก็นายเป็นคนเอาวอดก้าใส่ขวดน้ำจนเป็นเรื่อง” พี่ใหญ่ตอบเขาเสียงเรียบ “พาจงอุนกลับเลย ช่วยกันหิ้วปีกคนละข้าง”
ชินดงส่งเสียงกระเง้ากระงอดใส่ลีดเดอร์อยู่นานหลายนาทีแต่พี่ชายไม่มีทีท่าจะเปลี่ยนใจ เขาเลยจำต้องลุกขึ้นยืนอย่างเสียไม่ได้
“เอ้าพี่ ลุกขึ้นเร็ว เดี๋ยวผมหามไปส่ง”
“ส่งไหน? ฉันไม่ไปอะ ฉันจะอยู่ที่นี่ จะอยู่ไปจนตายเลยด้วย หึหึ หึหึ”
เจ้าของร่างอ้วนยกมือขึ้นนวดขมับอย่างจนใจ “พี่ ช่วยกันดิ” เขากวักมือเรียกผู้ช่วยอีกคนให้เข้ามาช่วยกันพยุงคิมจงอุนขึ้นจากพื้นห้อง
“จงอุนอ่า ยืนเร็ว”
ฮันกยองสอดแขนใต้รักแร้คนเมาแล้วออกแรงฉุดเยซองขึ้น
“ไม่เอาอะ!” เยซองทำตัวเกร็งสุดฤทธิ์
“ดีๆ ดิวะ ไอ้บ้าจงอุน” คนจีนชักหงุดหงิด
“ไม่เอาอะ!”
ฮันกยองชักรำคาญเลยฉุดอีกฝ่ายสุดแรงเกิด แต่จู่ๆ ไอ้คออ่อนดันทำตัวเบาไม่บอกไม่กล่าว เขาเลยเสียหลักเซแถดๆ สะดุดขวดวอดก้าขวดเดิมจนล้มกลิ้งทั้งคนทั้งขวด
“เฮ้ย นายทำเหล้าหกอีกแล้วนะเว้ย!” ฮีชอลเท้าสะเอวเตรียมตัวแฟ่ดใส่เพื่อนร่วมห้องเต็มที่
“พี่- - - - -!!!” ดงแฮโหยหวน
“โชคดีที่คราวนี้เป็นขวดพลาสติก” อีทึกยกมือขึ้นทาบอกอย่างโล่งใจ
“วอดก้าาาาาาาาาาา” ส่วนชินดงครางเสียงค่อย ทำตาละห้อยมองของเหลวสีใสอย่างเสียดาย
“เอ่อ” เสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายในห้อง “ผมมารับพี่จงอุนกลับห้องครับ”
รยออุคนั่นเอง
พวกห้องชั้นบนแทบจะจับเยซองใส่พานถวายน้องชายตัวเล็ก
“มาช้าชะมัด!” / “เอาไปเลย!” / “มันเมาแล้วทำตัวปัญญาอ่อน!” / “ว้อยยยยยยยยยยยยยย” / “โชคดีนะ”
เจ้าของห้องแย่งกันพูดจนรยออุคฟังไม่รู้เรื่อง แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครอาลัยในตัวพี่ชายเสียงดีคนนี้ซักคน ร่างเล็กส่ายหน้าหัวเราะให้ปฏิกิริยาของพี่ๆ แล้วเดินไปหาเยซองที่นั่งทำตาขวางอยู่กลางห้อง ทรุดตัวลงนั่งยองเพื่อจะช่วยประคองตัวร่างสูงให้ลุกขึ้นแต่พอได้กลิ่นแอลกอฮอลล์ก็ชะงักไป
“พี่กินเหล้าเหรอครับ?” รยออุคถามเสียงแข็ง แถมน้ำเสียงกับสีหน้ายังดูห่างเหินสุดๆ
เยซองถึงกับผงะ
“พี่กินเหล้าใช่มั้ย?”
ร่างสูงส่ายหน้าถี่ ในขณะที่คนอื่นๆ พยักหน้ากันจนปลายผมสะบัด รยออุคขมวดคิ้วฉับ ยืดตัวขึ้นยืนเท้าเอวทันที
“ลุกขึ้นเลย”
เยซองทำหน้าตื่น
“พี่จะลุกไม่ลุก”
ร่างสูงยืนขึ้นทันควัน
“กลับห้องเลยครับ”
เขาเดินเซๆ ออกจากห้องไปอย่างว่าง่าย 5 คนที่เป็นเจ้าของห้องได้ยินเสียงเย็นชาของรยออุคดังจากหน้าห้องว่า ‘แล้วอาบน้ำด้วยนะครับ’ เป็นเสียงสุดท้ายก่อนประตูห้องจะงับลงดังกริ๊ก
ทั้งหมดเงียบกันไปประเดี๋ยวหนึ่งก่อนจะค่อยๆ ยกนิ้วโป้งให้น้องชายตัวจิ๋ว
คิมรยออุคเจ๋งสุดๆ!
เช้าวันต่อมาเยซองตื่นขึ้นเพราะอาการปวดหัว เขามึนอย่างแรง แค่จะลุกขึ้นนั่งบนเตียงยังลำบากเลย เยซองพยายามอ้อนรยออุคให้ช่วยดูแล แต่ไม่รู้ทำไมน้องถึงไม่ยอมตามใจเขาเลย เกือบค่ำนู่นกว่าเขาจะหายสนิท พอคิดได้ว่าตัวเองกำลังถูกคิมรยออุคเมินใส่ก็อารมณ์เสียจนนั่งไม่ติด
เขาเดินกระแทกเท้าตึงๆ ขึ้นไปหาพวกห้องชั้นบน พอพวกนั้นเห็นหน้าเขาก็ทำหน้าบอกบุญไม่รับใส่ แถมตู้เย็นในห้องนั้นยังแปะข้อความตัวใหญ่ไว้ด้วยว่า
‘ห้ามคิมจงอุนหยิบซี้ซั้ว!!!’
เฮ้ย นี่มันอะไรกันวะ งงนะเว้ย!?!
THE END
[Infinite] Guitar
posted on 16 Apr 2012 16:50 by oerb in fanfiction directory FictionTitle : Guitar
Genre : one shot
Author : oerb
Paring : MyungYeol
Author’s note : ว่าจะลงวันช็อตสิ่งของในบล็อกให้ครบก็ไม่ได้ลงสักที วันนี้สบโอกาสเอามาหย่อนเรื่องสองเรื่อง อ่านไปฟังเพลง Lucky ของคุณ Jason Mraz ไปด้วยจะได้อารมณ์มาก! ใครยังไม่เคยฟังลองหามาฟังกันนะคะ
Guitar
ซองยอลนั่งกอดเข่ามองกีต้าร์ของมยองซู เขาจ้องมันอยู่พักใหญ่ สะกดจิตตัวเองจนมั่นใจว่าเจ้าของกีต้าร์จะยังไม่กลับจากทำงานเดี่ยวในเวลาอันใกล้ก็ตัดสินใจหยิบมันมาลูบๆ คลำๆ
เขาอยากเล่นกีต้าร์เป็น มยองซูเล่นแล้วดูเท่ ซองยอลก็อยากเท่บ้างเหมือนกัน
เขาไม่เคยบอกใครว่าอยากเรียนกีต้าร์ ซองยอลรู้ว่าใครๆ จะพากันไล่ให้เขาไปเรียนกับมยองซู เพราะเพื่อนสนิทเป็นคนเดียวในวงที่เล่นเก่ง
นั่นละประเด็น
ซองยอลไม่อยากเรียนกับมยองซู
เชื่อขนมกินว่าถ้าเขาขอให้ช่วยสอน มยองซูต้องไม่สอนธรรมดาๆ แต่จะสอนแบบถึงเนื้อถึงตัวแน่นอน
เพราะคิมมยองซูเป็นมนุษย์สกินชิพ
"ทำอะไรน่ะ?"
จู่ๆ คนในความคิดเปิดประตูห้องเดินเข้ามาถาม ซองยอลสะดุ้งดึ๋ง ตกใจจนแทบเขวี้ยงกีต้าร์ลงพื้น
"เปล่าทำ!" เขาละล่ำละลักปฏิเสธ
มยองซูมองหน้าเขา แล้วหลุบตาลงมองกีต้าร์บนตัก แล้วเสยนัยน์ตาขึ้นมองเขาอีก
"เหรอ?" เพื่อนสนิทเลิกคิ้วสูง
"เออ" ซองยอลรีบลุกขึ้นเอากีต้าร์ไปคืนที่ อีกฝ่ายเดินตามมาหยิบมันมือหนึ่ง อีกมือหนึ่งคว้าข้อมือเขาจูงกลับไปนั่งบนเตียง
"มานี่สิ จะสอนให้" มยองซูบอก
เห็นปะล่ะ!? พูดไม่ทันขาดคำคิมมยองซูก็แต๊ะอั๋งเขาแล้ว!
ซองยอลบิดข้อมือทิ้งพลางส่ายหน้าดิก "ฉันไม่อยากเรียน"
"เชื่อตายละ" อีกฝ่ายแค่นหัวเราะ "เมื่อกี้นี้มีใครไม่รู้จ้องกีต้าร์ฉันตาเป็นมัน"
เขาหันหน้าหนีไปผิวปากกลบเกลื่อน
มยองซูถอนหายใจ จัดท่านั่ง วางกีต้าร์บนตักและจับคอร์ดก่อนพูดกับเขา "นี่คอร์ดซี" อีกฝ่ายหมุนคางเขาให้หันมอง
แน่ะ ครั้งที่สองแล้วนะ
ซองยอลตีมือเพื่อนสนิท "เนียนตลอด!"
อีกฝ่ายกะพริบตาปริบ "อะไรของนาย?"
"นายน่ะแหละ ไอ้มนุษย์สกินชิพ" เขาเอานิ้วชี้จิ้มอกมยองซู "ตั้งแต่ก้าวเข้าห้องนี้จับเนื้อต้องตัวฉันสองหนแล้วนะ ขืนยอมเรียนด้วยจริงๆ มีหวังได้เสียตัวก่อนจะเล่นเป็นกันพอดี"
เพื่อนร่วมอ้าปากค้างก่อนส่งเสียงโวยวาย "พูดอะไรไม่เป็นสาระเลย!"
"ฉันพูดเรื่องจริง!"
"ไม่จริง!"
"จริง!"
"ไม่จริง!"
"ไม่เชื่อลองดู!" ว่าแล้วซองยอลคว้ากีต้าร์มาวางบนตัก "คอร์ดซีจับยังไงนะ?" เขาถามพลางกะพริบตาใส่มยองซู อีกฝ่ายเอื้อมมือมาจับนิ้วเขาวางตามสาย ซองยอลได้ทีชี้นิ้วใส่ "เห็นมั้ย!? เอาอีกแล้ว!"
เพื่อนร่วมวงปรี๊ดปรอทแตก "ก็นายถามฉันว่าคอร์ดซีจับยังไง!"
"บอกเฉยๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องจับมือเลย!"
มยองซูกอดอกจ้องตาเขาดุๆ เขาจึงจ้องตอบ
"ก็ได้" ฝ่ายนั้นว่า "ก็ได้ ฉันจะสอนให้แบบไม่แตะตัวนายก็ได้"
ซองยอลยิ้มอย่างผู้ชนะ "ดี" เขาเชิดคางออกคำสั่ง "ถ้าทำได้อย่างนั้นฉันก็โอเค สอนมาเลย"
เพื่อนสนิทส่ายหน้าระอาแล้วเริ่มออกปากสอนเขาจับคอร์ดง่ายๆ สี่ห้าคอร์ด กับสอนฝึกนิ้ว ซองยอลดีดไม่กี่หนก็เริ่มเป็น ฮะฮ่า อีซองยอลเป็นเด็กอัจฉริยะ เรียกเขาว่าจองซองฮาคนที่สอง!
"ฉันอยากเล่นเพลง" ซองยอลประกาศ
มยองซูถอนหายใจพูดหน่ายๆ "ได้ จะสอนเพลงเอบีซีให้"
"ไม่เอาเพลงเบบี๋สิ!" เขาโวยวาย
"Can U Smile ไปเลยมั้ย"
"ได้เหรอ?"
"ฉันประชด!" อาจารย์คิมแยกเขี้ยว
ซองยอลอมลมแก้มป่องทำหน้าบูดบอกบุญไม่รับ "ฉันจะเล่นเพลง" เขายังดื้อยืนกราน
เพื่อนสนิทมองเขาเงียบๆ
"เพลงอะไรก็ได้ ง่ายๆ แต่ไม่เบบี๋อะ นะ มยองซูนะ"
มยองซูถอนหายใจ (อีกแล้ว) "คอร์ดซี"
"หา?"
"จับคอร์ดซี ดีดหนึ่งห้องแล้วเปลี่ยนเป็นเอไมเนอร์ แล้วดีไมเนอร์เซเว่น แล้วจี แล้ว-"
"ยู้ดดด!" ซองยอลยกมือห้ามเพื่อน "ช้าๆ สิวะ ตามไม่ทัน!"
"คอร์ดซี" มยองซูบอกอย่างอดทน "แล้วเอไมเนอร์"
เขาเก้ๆ กังๆ ดีด อีกฝ่ายคอยแก้ไขให้อย่างใจเย็น และระมัดระวังไม่แตะเนื้อต้องตัวเขาตามคำสัญญา
"เพลงอะไรอะ?" ซองยอลถาม
"เล่นไปเถอะ ซี เอไมเนอร์ ดีไมเนอร์เซเว่น จี อีไมเนอร์" เพื่อนสนิทว่าพลางเคาะนิ้วเป็นจังหวะ "เล่นซ้ำสองครั้ง แล้วเข้าท่อนฮุค"
เขาตาโตเมื่อได้ยินคำถามท่อนฮุค ตั้งหน้าตั้งตาดีดตามคำสอนของคุณครู เล่นผิดๆ ถูกๆ แต่ก็สนุกดี
ไม่ทันไรเวลาผ่านไปสองชั่วโมง
ซองยอลแทบสลบคากีต้าร์ เขาไม่นึกว่าเรียนเครื่องดนตรีจะเปลืองพลังงานขนาดนี้ ตอนนี้ซองยอลพอดีดได้ปะติดปะต่อกันแล้ว แต่ยังไม่คล่องดี ยังมีที่ติดขัดอยู่บ้าง (เอ่อ ที่จริงก็เกือบทั้งเพลง ขนาดว่ามีแค่ห้าคอร์ด) ดีดไปดีดมาก็ชักคุ้นทำนอง
"พักพอแล้ว ไหนเริ่มใหม่แต่ต้นซิ" อาจารย์จอมโหดสั่ง
"เมื่อยนิ้ว!"
"ใครเป็นคนบอกว่าอยากเรียน?"
"ฉันไม่ได้พูดซักคำ นายต่างหากบังคับฉันเรียน!"
"งั้นฉันไปอาบน้ำนอน" มยองซูลุกขึ้นเตรียมก้าวไปห้องน้ำ โชคดีว่าเขาคว้าชายเสื้ออีกฝ่ายได้ทัน
"ยอมเล่นแล้วครับอาจารย์" ซองยอลยิ้มแหยแล้วลงมือดีด
ซี เอไมเนอร์ ดีไมเนอร์เซเว่น จี อีไมเนอร์
ซี เอไมเนอร์ ดีไมเนอร์เซเว่น จี อีไมเนอร์
"I'm lucky I'm in love with my best friend"
จู่ๆ มยองซูขยับปากร้องเมื่อเขาดีดถึงท่อนฮุค ซองยอลชะงักมือกึก
"หา?" เขาร้องเสียงหลง
"ดีดไปสิ"
"อ่า-"
"เอาใหม่ ตั้งแต่ท่อนฮุคนั่นแหละ"
ซองยอลลังเลแต่แล้วเห็นสายตาคุณอาจารย์ก็ยอมก้มหน้าจับคอร์ดดีดใหม่
"I'm lucky I'm in love with my best friend
Lucky to have been where I have been
Lucky to be coming home again"
"ถึงว่าสิทำไมคุ้นๆ!" เขาโวยวาย ที่แท้เพลง Lucky ของพี่ Jason Mraz เพลงหากินของไอ้บ้าหน้าเขานี่เอง
"เล่นไป" มยองซูสั่งแล้วขยับปากร้องต่อ
"They don't know how long it takes
Waiting for a love like this
Every time we say goodbye
I wish we had one more kiss…"
ซองยอลเผลอเงยหน้าจากกีต้าร์ขึ้นสบตาเพื่อนสนิท เขาเห็นมยองซูกำลังมองเขาอยู่ มอง อยู่จริงๆ มองราวกับจะให้ทะลุเข้ามาถึงในใจ
หัวใจซองยอลเต้นแรงจนเจ็บอกไปหมด มือเขาสั่นจนไม่มีแรงจับคอร์ดดีดกีต้าร์ มยองซูค่อยๆ เคลื่อนใบหน้าเข้ามาหา อีกฝ่ายเอียงใบหน้าน้อยๆ เขาจึงค่อยๆ หลับตาเตรียมรับสัมผัสละมุน
"เมื่อกี้นายจับคอร์ดผิด"
มยองซูกระซิบเสียงแผ่ว
เขาลืมตาโพลงเห็นอีกฝ่ายเอามือปิดปากกลั้นหัวเราะ
"ไอ้งี่เง่ามยองซู!" ซองยอลแหกปากด่าเพื่อนเสียงดังลั่น
"อะไร?" มยองซูเอียงคอถามเขา
"ไอ้นิสัย!" เขาถลึงตาใส่
"ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ไม่ได้แตะตัวนายกระทั่งปลายก้อย"
ซองยอลควันออกหู "จะสอนวิธีไหนฉันก็ไม่เรียนกับนายแล้ว!" เขาลุกขึ้นทุ่มกีต้าร์ใส่เพื่อนก่อนกระแทกเท้าไปหมุนลูกบิดประตูเปิด
"Do you hear me,
I'm talking to you"
มยองซูหยิบกีต้าร์มาเล่นและร้องคลอระหว่างซองยอลกำลังย่าวเท้าออกจากห้อง
"ไม่ได้ยิน! ไปคุยกับคนอื่นเลยไป!" เขาหันไปแยกเขี้ยวตอบ
"I'm lucky I'm in love with my best friend"
จู่ๆ อีกฝ่ายลัดเข้าท่อนฮุค ซองยอลฟังแล้วหน้าแดงแจ๋
"ช่วยด้วย!" เขาร้องขอความช่วยเหลือขณะวิ่งข้ามห้องไปหารูมเมทเก่า โฮวอนกับซองจงและพี่ดงอู (ซึ่งหนีมานั่งเล่นอยู่นี่) กะพริบตามองเขากระโจนขึ้นซุกหน้ากับหมอนนอนดีดดิ้นบนเตียงอย่างพรั่นพรึง
ซองยอลไม่ใส่ใจจะตอบคำถามของคนอื่นว่าเป็นอะไร เขาเอาแต่ตะโกนในใจว่าไม่น่าหลวมตัวยอมให้คิมมยองซูสอนเล่นกีต้าร์เลย
ทำอย่างนี้มันเขินยิ่งกว่าถูกจับเนื้อต้องตัวซะอีก!
THE END